ไขข้อสงสัย ทำไมคนรุ่นใหม่ ไม่อยากมีลูก

จริง ๆ แล้ว มีคนอยู่จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ตัดสินใจว่า ชีวิตนี้จะไม่มีลูก เพราะมุมมองในเรื่องของความสัมพันธ์ และการมีครอบครัวแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ มากพอสมควร จะเห็นว่าในปัจจุบันการสละโสด หรือการแต่งงานไม่ได้ดูน้อยลงเลย แต่ทว่า มีหลายคู่ที่มักจะตัดสินใจจะไม่มีลูก แม้ว่า ปัจจัยทุกด้านจะพร้อมแล้วก็ตาม วันนี้ super-thailand.com จะมา ไขข้อสงสัย ทำไมคนรุ่นใหม่ ไม่อยากมีลูก กันค่ะจะมีปัจจัยอะไรบ้างนั้น ที่นี่มีคำตอบให้คุณแล้ว

ไขข้อสงสัย ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก

     เพราะอะไรคนรุ่นใหม่ในยุคนี้จึงไม่อยากมีลูก ? ประเด็นนี้มักจะมุ่งตรงไปที่ในกลุ่มของคนทำงานในเมืองใหญ่เป็นหลัก เพราะอีกกลุ่มนั้นเป็นกลุ่มที่มีลูกก่อนวัยอันควร และมีในจำนวนที่เยอะอีกด้วย จริง ๆ แล้วจากทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปตามการใช้ชีวิต ทำให้ความคิดของคนรุ่นใหม่จะคิดไม่เหมือนคนรุ่นก่อน โดยมักจะคิดว่า ในสภาพสังคมเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ หรือโรคระบาดอย่างโควิด 19 แล้ว พวกเขาจะต้องพร้อมอย่างเต็มที่ เพราะการมีลูกจะส่งผลต่อชีวิตของพวกเขา ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย หรือความเป็นอิสระ ดังนั้น จะแยกปัจจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการตัดสินใจได้ดังนี้

หนึ่ง ไม่อยากมีลูก

1. ค่าใช้จ่าย ทำให้ ไม่อยากมีลูก

     การเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นมาได้ จะต้องมีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่โดยเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่ายตั้งแต่ ค่าฝากครรภ์ ค่าทำคลอด ค่ารักษาพยาบาล ค่าเบี้ยประกัน​สุขภาพ ค่าเลี้ยงดูต่าง ๆ รวมไปถึงของใช้ ค่าท่องเที่ยว ค่าเล่าเรียน ค่าเรียนพิเศษ เป็นต้น เพราะค่าใช้จ่ายตั้งแต่เกิดจนเรียนจบปริญญาตรีในระดับกลาง ๆ ของคนในเมือง อย่างน้อยจะต้องมีไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท (ในระยะเวลา 22 ปี) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก

     แต่ทว่า เมื่อ 20 – 30 ปีที่แล้ว รายได้ของคนวัย 30 กว่า ๆ ในยุคนั้นจะอยู่ที่ 15,000 บาท/เดือน  (เทียบกับค่าเงินในปัจจุบันประมาณ 40,000 บาท)​ จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนลูก เทอมละ 7,000 บาท  (เทียบกับค่าเงินในปัจจุบันประมาณ 30,000 บาท)​ และพบว่า ค่าเทอมลูกคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 46% ของรายได้ต่อเดือน (7,000/15,000) ในขณะที่ในปัจจุบัน ค่าเทอมลูกเพิ่มสูงขึ้นไปถึง 75% ของรายได้ต่อเดือน (30,000/40,000)

     และนี่ยังไม่นับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจจะมีราคาแพงขึ้นมากกว่ารายได้ มันเลยทำให้ค่าเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งในปัจจุบันหนักกว่าในอดีต และจะยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ถ้าเราไม่สามารถเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นกว่ารายจ่ายที่แพงขึ้นนั่นเอง อีกทั้งตามสภาพสังคมที่บทบาทของผู้ชายกับผู้หญิงถูกแยกอย่างชัดเจนนั่นก็คือ ผู้ชายจะต้องออกจากบ้านไปทำงาน ส่วนผู้หญิงอยู่บ้านเลี้ยงลูก แต่ในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะผู้หญิงออกจากบ้านมาทำงานส่งผลให้ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก จึงทำให้คนในยุคนี้ไม่อยากมีลูก ถ้าไม่มีเวลาเลี้ยงดู

2. วัฒนธรรม ความเป็นปัจเจกบุคคล ทำให้ ไม่อยากมีลูก

     พูดง่าย ๆ ก็คือ รักอิสระ อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป อยากใช้ชีวิตให้เต็มที่ เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเอง ตราบใดที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร อีกทั้งยังมีความเชื่อว่า ความสุขสามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร จึงไม่จำเป็นต้องมีลูกเพื่อที่จะมีความสุข เพราะชีวิตในปัจจุบันก็มีความสุขอยู่แล้ว

     ทำให้เราเห็นคู่รักหลายคู่เมื่อแต่งงานกันแล้ว ยังอยากใช้เวลาร่วมกันสองต่อสองไปนาน ๆ อยากไปเที่ยวที่ไหนด้วยกันไกล ๆ ก็สามารถไปได้โดยไม่ต้องห่วงหน้าห่วงหลัง ไม่ต้องทุ่มเวลาไปกับการสร้างครอบครัว และเลี้ยงดูลูกนั่นเอง

สอง ไม่อยากมีลูก

3. ความเชื่อทางศาสนา

     เมื่อไหร่ที่เรามีลูกมันคือสายใยแห่งความผูกพัน และเป็นความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ตัดขาดไม่ได้ ยิ่งเรารักลูกมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกลัวที่จะต้องสูญเสียเขาไปมากเท่านั้น และบางครั้งก็อาจตั้งความหวังกับเขามากเกินไป ถ้าไม่เป็นอย่างที่หวัง ก็ย่อมสร้างความทุกข์ให้กับเรา และลูก

     ยิ่งถ้าลูกต้องโตมาอย่างยากลำบาก มันอาจจะไม่ยุติธรรมสำหรับเขา เพราะถ้าเขาเลือกได้ เขาจะต้องการเกิดมาใช้ชีวิตแบบนี้หรือไม่ ในเมื่อคนที่กำหนดสิทธิ์ในการให้กำเนิดคือ พ่อ และแม่ ไม่ใช่ตัวเขาเอง เพราะฉะนั้นคนที่รู้สึกแบบนี้จึงตัดปัญหาด้วยการไม่อยากมีลูก เมื่อไม่มีก็จะไม่ทุกข์ แล้วเลือกที่จะมีความสุขกับตัวเอง และสิ่งที่มีอยู่แทน

4. สภาพสังคม และความเป็นอยู่

     แออัด รถติด มลภาวะเป็นพิษ ขยะเต็มเมือง ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน บางครั้งมีโจรปล้น ฆ่าข่มขืน และยังต้องเจอกับภาวะการแข่งขันสูงลิ่วตั้งแต่เด็ก แข่งกันเข้าโรงเรียนดี ๆ เพื่อให้ลูกมีสังคมดี ๆ โตขึ้นก็ต้องแข่งกันสอบเข้ามหาลัย เรียนจบไปก็ต้องแข่งกันหางาน ข้าวของแพงขึ้นทุกวัน ขณะที่รายได้โตไม่ทันอนาคตยิ่งอยู่ยาก เพราะรัฐบาลไม่สามารถวางโครงสร้างพื้นฐาน และสวัสดิการที่ดีได้ ทำให้ประชากรต้องแก่งแย่งเอาตัวรอดกันเอง และเป็นที่มาของปัญหาต่าง ๆ

     นั่นคือ สภาพสังคม และความเป็นอยู่ของเราในทุกวันนี้ หลายคนจึงตัดสินใจที่จะ ไม่อยากมีลูก เพราะไม่ต้องการให้พวกเขาต้องมาเผชิญกับสภาวะเช่นนี้ เหมือนกับตัวเราเอง

super-thailand.com รวมสุดยอดเรื่องของไทย