วิธีแก้ปัญหามือถือเปิดไม่ติด มือถือค้าง iPhone/Android

วิธีแก้ปัญหามือถือเปิดไม่ติด มือถือค้าง iPhone/Android หลายคนอาจกำลังประสบกับปัญหาเมื่อเราเล่นโทรศัพท์ ดูหนัง หรือฟังเพลงอยู่ดีๆหน้าจอโทรศัพท์ก็ค้าง หรือดับไปเลย อยู่ๆก็กดอะไรไม่ได้ กดตรงหน้าจอก็ไม่ติด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นปัญหาที่ตัวซอร์ฟแวร์มากกว่าจะเป็นปัญหาที่ตัวเครื่อง ส่วนมากนั้นปัญหานี้จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆหรอกนะกับบางคนอาจนานๆจะเป็นครั้ง

5วิธีแก้ปัญหาเมื่อโทรศัพท์เปิดไม่ติด มือถือค้าง ในเบื้องต้น!

วิธีแก้ปัญหามือถือเปิดไม่ติด มือถือค้าง iPhone/Android เราจะแนะนำวิธีแก้ปัญหาพื้นฐานหากเพื่อนๆ พบอาการของโทรศัพท์มือถือเปิดไม่ติด โทรศัพท์มือถือค้าง หรือมือถือดับ มาลองแก้ด้วยตัวเองกันก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยส่งไปซ่อมที่ศูนย์ ซึ่งมีวิธีไหนบ้างไปดูได้เลย…

วิธีแก้ปัญหามือถือเปิดไม่ติด มือถือค้าง iPhone/Android

1.ตรวจสอบแบตเตอรี่ดูก่อน

สิ่งแรกที่เราต้องตรวจสอบหลังจากที่มือถือเปิดไม่ติดหรือมือถือดับคือมือถือของเราแบตหมดหรือเปล่า? เพราะบางครั้งมือถือแบตหมดโดยที่เราไม่ทันสังเกตก็ได้ หลังจากเอาไปเสียบชาร์จแล้วยังไม่ติด ให้ลองตรวจสอบหัวชาร์จหรือสายชาร์จเพื่อดูว่ามันชาร์จไฟเข้าโทรศัพท์มือถือของเราจริงหรือไม่ นอกจากนี้ บางครั้งหากฝุ่นเกาะที่พอร์ตชาร์จ ก็อาจทำให้เครื่องชาร์จเสียได้เช่นกัน หากพบฝุ่นให้เป่าออก อย่าไปเอาอะไรไปแคะมันออกเชี่ยวไม่อย่างนั้นพอร์ตชาร์จอาจจะเกิดความเสียหายได้

2.ถอดแบตเตอรี่ออก

หากเป็นโทรศัพท์มือถือบางรุ่นหรือรุ่นเก่าสามารถถอดแบตเตอรี่ออกได้ ก็ให้เปิดฝาหลังเครื่องเพื่อถอดแบตเตอรี่ออก เครื่องจะดับ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ และกดเปิดเครื่อง ก็น่าจะสามารถใช้งานได้เหมือนเดิมตามปกติ แต่วิธีนี้อาจไม่ได้ผลสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะมือถือแทบทุกรุ่นทุกวันนี้ถอดแบตไม่ได้แล้ว

3.กดรีเซ็ตเครื่องใหม่

วิธีแก้ปัญหามือถือเปิดไม่ติด มือถือค้าง iPhone/Android

การรีเซ็ตที่นี่ไม่ใช่การรีเซ็ตเป็นค่าจากโรงงานเพื่อล้างอุปกรณ์ แต่เหมือนปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่โดยไม่ต้องกดหน้าจอ ใช้ปุ่มบนอุปกรณ์แทน สามารถทำได้โดยกดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้ประมาณ 10-30 วินาที (ขึ้นอยู่กับรุ่น) ในโทรศัพท์บางรุ่น คุณอาจต้องกดปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียงหรือปุ่มโฮมพร้อมกับปุ่มเปิดปิดค้างไว้

4.DOWNLOAD MODE (ANDROID) / DFU MODE (IOS)

ลองเข้า Download Mode / DFU Mode เพื่อรีเซ็ตเครื่องโดยไม่ผ่านระบบ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ค่อยมีใครใช้กันจนถูกลืมเลือนไปแล้ว ทว่าในสมัยก่อนตอนที่ยังมีการแฟลชรอมหรือรูทเครื่องนั้นทุกคนจะต้องเข้าโหมดนี้กันจนชินเลยทีเดียว ซึ่งใน Android และ iOS นั้นมีวิธีเข้าโหมดนี้ต่างกัน โดยสามารถทำตามได้ดังนี้

Android

  • กดปุ่ม Home + Volume Down (ปุ่มลดเสียง) พร้อมกัน แล้วค้างไว้จนกว่าเครื่องจะสั่น
  • กดปุ่ม Volume Down (ปุ่มลดเสียง) เพื่อยกเลิกการเข้าสู่ Download Mode
  • เครื่องจะทำการ Restart เองเพื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

iOS (เข้า DFU Mode)

  • เชื่อมต่อ iPhone / iPad เข้ากับ Mac / PC ด้วยสาย Lightning
  • กดปุ่มเพิ่มเสียง แล้วปล่อย
  • กดปุ่มลดเสียง แล้วปล่อย
  • กดปุ่ม Power ค้าง จนกว่าจอดับแล้วกดค้างต่อไปเรื่อย ๆ
  • หลังจอดับ กดลดเสียงค้าง 5 วินาที แล้วปล่อยปุ่มด้านข้าง โดยยังกดปุ่มลดเสียงค้างไว้แบบนั้น
  • รอจนว่า iTunes จะมองเห็น iPhone โดยที่หน้าจะ iPhone จะเป็นสีดำ จากนั้นสามารถปล่อยมือได้เลย

iOS (ออก DFU Mode)

  • กดปุ่มเพิ่มเสียง แล้วปล่อย
  • กดปุ่มลดเสียง แล้วปล่อย
  • กดปุ่ม Power ค้างจนกว่าจะเห็น Apple โลโก้
5วิธีแก้ปัญหาเมื่อโทรศัพท์เปิดไม่ติด มือถือค้าง ในเบื้องต้น!

5.ส่งศูนย์ซ่อม

หากคุณได้ทำตามวิธีการข้างต้นทั้งหมดแล้วแต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข นั่นอาจเป็นเพราะปัญหาจากฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่หรือชิ้นส่วนอื่นๆ ภายในเครื่อง จะต้องใช้วิธีสุดท้ายคือส่งเครื่องไปที่ศูนย์บริการเพื่อทำการซ่อมแซม แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่หมดประกันหรือเก่ามากและไม่คุ้มที่จะซ่อม พิจารณาซื้อเครื่องใหม่จะดีกว่า

และนี้คือข้อมูลการแก้ไขปัญหามือถือเปิดไม่ติด มือถือค้าง ในเบื้องต้น เราอยากให้คุณได้ลองทำตามกันดูก่อน เพราะบางคนอาจจะไม่มีเงิน หรือไม่มีเวลาที่จะเอาโทรศัพท์ไปซ่อมที่ศูนย์ ข้อมูลที่เราได้นำมาให้คุณนี้ เราได้ทดลองก่อนแล้วมันได้ผลจริงอย่างแน่นอน ถ้าทำยังไงเครื่องก็ไม่หายค้าง ให้รีบ backup ข้อมูลไว้ทันทีเลยนะคะ เพราะมือถือค้างแล้วมักเป็นสัญญาณบอกปัญหาอื่นที่ใหญ่กว่า ถ้าไม่รีบ backup ข้อมูลเก็บไว้ ข้อมูลอาจจะหายไปในไม่ช้า