กินทุเรียนเยอะไป อันตรายไหม มีผลเสียอะไรบ้าง

กินทุเรียนเยอะไป หรือใครชอบกินทุเรียนทุกวัน นอกจากจะทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงที่จะเป็นร้อนในด้วย ฉะนั้น ใครที่อดใจไม่ไหว ห้ามใจไม่ค่อยอยู่ เพราะเมื่อเห็นทุเรียนทีไร จากที่จะตั้งใจกินแค่ 1 พู แต่ก็เผลอกินไปจนหมดลูก super-thailand.com จึงอยากเตือนหลาย ๆ คนว่า กินทุเรียนเยอะไป มีผลเสียอะไรบ้าง มาดูกัน

กินทุเรียนเยอะไป อันตรายไหม?

กินทุเรียนเยอะไป น้ำหนักขึ้น

1. กินทุเรียนเยอะไป น้ำหนักขึ้น

     ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมทุเรียนถึงไม่เป็นมิตรกับคนที่กำลังลดความอ้วนซะเลย เพราะราชาแห่งผลไม้ชนิดนี้ให้พลังงานสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไหนก็มีน้ำตาล และกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณสูง

     โดยข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ทุเรียน 1 เม็ดขนาดกลาง (40 กรัม) ให้น้ำตาล 18 กรัม ให้พลังงานประมาณ 60 กิโลแคลอรี เทียบได้กับข้าวสวยเกือบทัพพี (ข้าว 1 ทัพพี = 80 กิโลแคลอรี)

     ดังนั้น หากกินครั้งละ 3 เม็ด จะรับพลังงานไปถึง 180 กิโลแคลอรี หรือกินข้าว 2 ทัพพีกว่า ๆ เลย แต่ถ้าเผลอกินครั้งละ 4-6 เม็ด ก็รับพลังงานไปเกือบ ๆ 400 กิโลแคลอรี เทียบเท่ากับดื่มน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือกินข้าวถึง 5 ทัพพี

     ดังนั้น คนรักทุเรียนที่กลัวอ้วนจึงไม่ควรกินทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ด แต่ถ้าใครมีโรคประจำตัว อย่างโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบ กินแค่ 1 เม็ดต่อวันก็พอ ส่วนใครมีปัญหาที่ไต ให้เลี่ยงทุเรียนไปเลยจะดีกว่า เพราะไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้เท่าคนปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

     แล้วหลังจากกินทุเรียนแล้ว ก็ควรงดหรือลดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล อาหารพลังงานสูงในมื้ออื่น ๆ ลงหน่อยนะคะ รวมทั้งผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงอย่าง ขนุน ลำไย มะม่วงสุก ก็ไม่ควรกินร่วมกับทุเรียนด้วยเช่นกัน และถ้าจะให้ดี ควรกินทุเรียนเป็นอาหารว่างจะดีกว่าการกินหลังอาหารมื้อหลัก เพราะจะยิ่งไปเพิ่มพลังงานมากขึ้น

2. ท้องอืด แน่นท้อง

     ปกติเวลาเรากินอาหารอะไรก็ตาม ถ้าอิ่มเกินไปก็มักรู้สึกอึดอัดแน่นท้องเป็นของธรรมดา แล้วยิ่งทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง หากกินเยอะก็จะเกิดแก๊สในกระเพาะในปริมาณมาก ทำให้ท้องอืด ย่อยยาก ดังนั้น จึงไม่ควรกินทุเรียนในปริมาณที่มากจนเกินไปในคราวเดียว นอกจากนี้ก็คือ อิ่มแล้วไม่ควรล้มตัวลงนอนทันที เพราะจะยิ่งทำให้เกิดอาการแน่นท้อง และอาจเสี่ยงต่อการหายใจไม่ออกได้เลย

3. เจ็บคอ ร้อนใน

     ทุเรียนจัดเป็นอาหารธาตุร้อน เพราะมีกรดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือกำมะถันสูง หากกินเข้าไปมาก ๆ จะทำให้อาการร้อนในมาเยือน ยิ่งถ้าใครเป็นคนธาตุร้อนด้วยแล้วเผลอไปกินทุเรียนมาก ๆ ท่ามกลางอากาศร้อน อาจทำให้ร้อนในจนไม่สบายได้เลย ซึ่งสัญญาณของอาการร้อนในมีทั้งเจ็บคอ เป็นแผลในปาก บางคนอาจมีอาการไอ เป็นไข้ ตัวร้อน ปวดศีรษะ มีขี้ตามาก รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อึดอัด หน้าแดง ลิ้นแดง ฯลฯ

กินทุเรียนแล้วร้อนใน

     ทั้งนี้ วิธีจะแก้อาการร้อนในก็ต้องกินอาหารธาตุเย็นลงไปเพื่อขับซัลเฟอร์ออก จะได้ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เช่น
– ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ หรือดื่มน้ำผสมเกลือครึ่งช้อนชาดื่มสักแก้ว เพื่อขับสารซัลเฟอร์และช่วยลดอาการร้อนในได้
– กินผักสดให้มากขึ้น
– กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยว หรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาว มังคุด
– กินอาหารที่มีรสจืดหรือขม เช่น มะระ สะเดา บวบ รากบัว
– ดื่มน้ำสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก้วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย

     อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าเราจะกินทุเรียนเข้าไปมาก ๆ แล้วค่อยไปกินอาหารธาตุเย็นชดเชยเอาทีหลัง และข้อห้ามสำคัญ ก็คือ ห้ามกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงมากกว่าปกติ จนร่างกายทนไม่ได้ นำมาซึ่งเกิดอาการหน้าแดง ชา วิงเวียน อาเจียน หัวใจทำงานหนักถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

     ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุเรียนเป็นผลไม้ที่อร่อย แต่ทุกคนจะต้องห้ามใจไว้หน่อยนะคะ เพราะถ้า กินทุเรียนเยอะไป ความอ้วน หรืออาการอื่น ๆ ก็ถามหาอยู่ดี ฉะนั้น เราควรกินทุเรียนในปริมาณที่พอดี เราทุกคนจะได้กินทุเรียนได้อย่างสบายใจ ไร้ความกังวลค่ะ

อีกหนึ่งเรื่องผีหลอน ๆ ที่เราอยากแนะนำทุกคน ก็คือ ประสบการณ์จริง วัยเบญจเพส ค่ะ เป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ได้ไปพักอาศัยอยู่ในคอนโดห้องหนึ่ง ซึ่งเจ้าของห้องปล่อยให้เช่า เพราะตัวเขาเองต้องไปอยู่ที่ต่างประเทศ แต่ทว่า คอนโดแห่งนี้กลับมีเรื่องราวลึกลับมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสียงหัวเราะที่ไม่มีที่มาที่ไป หรือเสียงขูดประตู แล้วเธอจะเจออะไรอีกนั้น คุณต้องเข้าไปอ่านกันเอาเองนะคะ